Poseidon
posted on 05 Jan 2008 19:52 by kuzaka16
The story Poseidon
เมื่อ13ปีก่อน ขณะที่อาเธน่าได้มาจุติยังแซงค์ทัวรี่ คานอน ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดของ เจมีนิ ซากะได้พยายามที่จะทรยศต่อเคียวโก และแซงค์ทัวรี่ ในขณะที่ซากะ นั้นยังมีจิตใจแห่งความยุติธรรมอยู่ เขาจึงได้จับตัวคานอน ไปขังในคุกริมหน้าผาชูเนี่ยนเพื่อเป็นการลงโทษ แต่คานอนได้พบกับ "คนโทศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งอาเธน่าได้กักขังวิญญาณของจ้าวสมุทรโปเซดอนเอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อนโดยบังเอิญ นอกจากนั้นเขายังได้พบกับตรีศูล ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของโปเซดอนอีกด้วย คานอนถูกพลังดูดให้ตกลงไปยังวิหารใต้สมุทร จนได้ปล่อยวิญญาณของโปเซดอนออกมาจากคนโทศักดิ์สิทธิ์นั้น วิญญาณโปเซดอนได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และมีคำสั่งให้คานอนซึ่งได้ตั้งตัวเองเป็นมารีนเนอร์ ซีดราก้อน รวบรวมนักสู้ใต้ท้องทะเลเตรียมเอาไว้ โดยดวงวิญญาณของโปเซดอนจะเข้าไปจุติในร่างของ "จูเลี่ยน โซโล" บุตรชายของเศรษฐีจ้าวแห่งการค้าทางทะเล และจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจูเลี่ยนอายุครบ 16ปี
ซาโอริได้ถูกคลื่นยักษ์พัดพาร่างลงสู่ก้นสมุทร ร่างของนางถูกพามาที่เทวสถานใต้ทะเลลึก ซาโอริได้พบกับโปเซดอนในร่างของจูเลี่ยน โซโล ชายหนุ่มที่ซาโอริได้ปฏิเสธคำขอแต่งงานก่อนหน้านี้ จูเลี่ยนได้บอกแผนการทำลายโลกแก่ซาโอริ โดยขณะนี้เขาได้ทำให้ฝนตกท่วมทั่วทั้งโลก เพื่อจะล้างโลกอันสกปรกให้สะอาดขึ้น ซาโอริจึงอ้อนวอน และยอมสละตัวเองเข้าไปอยู่ในเสาหลักค้ำดินแดนใต้สมุทร เมนเบรดวินเนอร์ โดยยอมให้น้ำที่กำลังท่วมโลกถ่ายเทเข้ามาท่วมตนเองในเสาแต่เพียงผู้เดียว เพื่อที่จะยืดเวลาไม่ให้โลกต้องจมอยู่ใต้สมุทร
โปเซดอน จูเลี่ยน โซโล
จูเลี่ยน โซโล ทายาทมหาเศรษฐีแห่งตระกูลโซโล ผู้ดำเนินกิจการทางทะเลมาหลายชั่วอายุคน ผู้เป็นร่างจุติของเจ้าสมุทรโปเซดอน ซึ่งโปเซดอนจะเลือกใช้ร่างของคนในตระกูลโซโลเท่านั้นในการลงมาจุติในทุกยุคทุกสมัย
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในงานวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเขา ซึ่งในงานนี้ "คิโดะ ซาโอริ" แห่งตระกูลคิโดะได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงด้วย เมื่อจูเลี่ยนพบกับซาโอริ ก็ตกหลุมรักและขอแต่งงาน แต่ก็ถูกซาโอริปฏิเสธไป หลังจากที่จูเลี่ยนถูกปฏิเสธ เขาก็ได้มองเห็นแสงสว่างประหลาดบริเวณแหลมสุนิออน เมื่อเขาเดินทางไปที่นั่น เขาก็ได้พบกับ "ตรีศูล" อาวุธคู่กายเจ้าสมุทรโปเซดอน และมารีนเนอร์ "เมอร์เมด เททีส"
เมื่อจูเลี่ยนได้รู้ความทั้งหมดว่าตนเองเป็นร่างประทับของโปเซดอน เขาก็ได้บันดาลให้ฝนตกติดต่อกัน เพื่อให้น้ำท่วมโลก ชะล้างความสกปรกของมนุษย์ให้หมดไปจากโลก จากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้อาเทน่าต้องต่อรองกับโปเซดอน เพื่อให้หยุดการกระทำนี้เสีย แต่โปเซดอนไม่ยอม แถมยังกักขังอาเธน่าไว้ใน "เมนเบรดวินเนอร์" เสาหลักของวิหารโปเซดอน ทำให้การต่อสู้ระหว่างเซนต์กับมารีนเนอร์เริ่มต้นขึ้น
เมอร์เมด เททีส
เมอร์เมด เททีส มารีนเนอร์คนเดียวที่เป็นหญิงสาว เททิสเป็นผู้รับใช้คนสนิทของโปเซดอน และเป็นคนที่ทำให้ "จูเลี่ยน โซโล" ระลึกชาติได้ว่าเขาก็คือเจ้าสมุทรโปเซดอน บทบาทของเททีสเริ่มต้นขึ้นที่การพาจูเลี่ยนโซโล ลงไปสู่วิหารใต้สมุทร เพื่อประทับร่างเป็นโปเซดอน และเธอยังเป็นผู้ที่อธิบายวิธีการที่จะช่วยอาเธน่าออกจากเสาเมนเบรดวินเนอร์ให้พวกเซย่าได้รับรู้ นั่นก็คือต้องโค่นเสาค้ำมหาสมุทรทั้ง 7 ซึ่งมีขุนพลมารีนนเนอร์คอยคุ้มกันอยู่ให้ได้เสียก่อน
และเมื่อเธอได้รู้ว่าโกลด์คลอธไลบร้าซึ่ง "ไชน่า" เป็นผู้นำมาให้พวกเซย่า สามารถทำลายเสาค้ำมหาสมุทรลงได้ เธอก็พยายามขัดขวาง และได้ต่อสู้อย่างดุเดือดกับไชน่า แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับไชน่าในที่สุด
ซีฮอร์ส ไบรอัน
ซีฮอร์ส ไบรอัน มารีนเนอร์ ผู้พิทักษ์เสาค้ำมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ จัดเป็นมารีนเนอร์คนแรกที่เข้าต่อสู้กับพวกเซย่าอย่างเป็นทางการ ในการต่อสู้งครั้งแรก หมัดดาวตกของเซย่าแทบทำอะไรไบรอัน ไม่ได้เลย เขาสามารถสร้างวงคลื่นอากาศขึ้นเพื่อรับแรงปะทะได้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับท่าป้องกันของ "ลิซาร์ด มิสตี้" มิหนำซ้ำเขายังใช้ท่าไม้ตาย "ไรซิ่ง บิลโลวส์" เหวี่ยงเซย่าไปกระแทกพื้นน้ำด้านบน ทะลุไปจนถึงผิวน้ำเบื้องบนอีกด้วย
ด้วยพลังของคลอธที่เกิดขึ้นใหม่จากเลือดสีทองของเหล่าโกลด์เซนต์ ทำให้เซย่าไม่ได้บาดเจ็บมากนัก เซย่าจึงกลับลงมายังใต้ท้องทะเลและต่อสู้อีกครั้ง ในครั้งนี้เซย่าสามารถเปล่งคอสโม่ สร้างปาฏิหาริย์ทำให้เพกาซัส
บรอนซ์คลอธกลายเป็นสีทอง และปล่อยหมัดเอาชนะไบรอันได้ในที่สุด
แต่เซย่าก็ไม่สามารถทำลายเสาค้ำมหาสมุทรลงได้ จนกระทั่ง กิกิ ได้นำ "ไลบร้าโกลด์คลอธ" มายังเสาต้นนี้ ในที่สุด เสาค้ำมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเซย่า โดยอาศัยอาวุธของไลบร้า ซึ่งชึ้นส่วนอาวุธที่เซย่าใช้ในครั้งนี้ก็คือ "โล่"
สคิวล่า อิโอ
สคิวล่า อิโอ เป็น ผู้พิทักษ์เสาค้ำมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เรียกได้ว่าเป็นมารีนเนอร์ที่มีท่าไม้ตายมากที่สุด ซึ่งท่าเหล่านั้นก็กำเนิดมาจาก "สคิวล่า" ปีศาจแห่งท้องทะเลในตำนานของแปซิฟิกใต้ สัตว์ป่าทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ นางพญาผึ้ง, นกอินทรี, งูพิษ, หมาป่า,ค้างคาวดูดเลือด และหมียักษ์ ซึ่งยังเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของ "สคิวล่า สเกล" ของเขาอีกด้วย
เขาใช้ท่าไม้ตายทั้งหมดเข้าจัดการกับชุน ซึ่งในตอนแรกเขาสามารถเล่นงานชุนได้อย่างง่ายดาย แต่ต่อมา ชุนก็สามารถดัดแปลงโซ่อันโดรเมด้า ให้เปลี่ยนสภาพการโจมตีเป็น 6 รูปแบบ ทำลายไม้ตายทั้ง 6 ของอิโอลงได้ แต่อิโอก็ยังใช้ไม้ตายสุดท้าย "บิ๊ก ทอร์นาโด" ซึ่งสามารถเล่นงานชุนจนย่ำแย่ ในที่สุดชุนก็ได้ระเบิดคอสโม่ จนอันโดรเมด้าคลอธกลายเป็นสีทอง ชุนใช้โซ่สีทองมัดร่างของอิโอเอาไว้ เนื่องจากชุนไม่ต้องการที่จะเอาชีวิตของอิโอนั่นเอง
เมื่อกิกิมาถึง เสาค้ำมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ถูกทำลายลงด้วยด้วยน้ำมือของชุน ซึ่งอิโอใช้ร่ายกายของตนเองพุ่งเข้าขวางการโจมตี ทำให้อิโอต้องจบชีวิตลงด้วย สำหรับอาวุธที่ใช้ในการทำลายก็คือ "กระบอง 2 ท่อน"
คริวซาโอล กฤษณะ
คริวซาโอล กฤษณะ เป็นผู้พิทักษ์เสาค้ำมหาสมุทรอินเดีย สำหรับกฤษณะ สเกลของเขาถูกสร้างขึ้นตามลักษณะของ "คริวซาโอล" ซึ่งเป็นบุตรของ เจ้าสมุทรโปเซดอน ซึ่งความหมายของคำว่า คริวซาโอล หมายถึง "ผู้ถือหอกทองคำ" ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาสามารถใช้หอกเป็นอาวุธได้อย่างคล่องแคล่ว เพียงแค่เขาแกว่งไกวในอากาศเท่านั้น ก็มีอนุภาพทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ
"เอ็กซ์คาลิเบอร์ของข้า สถิตย์อยู่ในแขนขวาของเจ้า" นี่คือสิ่งที่ชิริวนึกถึงในขณะที่กำลังพลาดท่า และการต่อสู้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ชิริวได้นำท่าไม้ตายของ "แคปริคอร์น ชูร่า" มาใช้ ชิริวสามารถทำลายหอกทองคำของกฤษณะลงได้ ซึ่งความรุนแรงนั้นยังสามารถผ่า คริวซาโอล สเกล ออกเป็น 2 ท่อนได้อีกด้วย
หลังจากที่กฤษณะสูญเสียสเกลไป เขาได้ปลุกพลังในตัวที่เรียกว่า "พลังกุนดารินี" (คอสโม่ในภาษาอินเดีย) สร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมา ตราบใดที่ไม่สามารถทำลาย "จักรา" (จุดชีวิต ทั้ง 7)บนร่างกายของกฤษณะ ชิริวก็ไม่สามารถทำลายกำแพงนี้ได้ และด้วยพลังกุนดารินี นี่เอง ทำให้เกิดท่าไม้ตายสุดยอดของกฤษณะขึ้นคือ "มหาโรสินี" ซึ่งท่าไม้ตายนี้เอง ทำให้ชิริวต้องเสียประสาทสัมผัสในการมองเห็นไปอีกครั้ง
แต่ในที่สุด ชิริวก็ใช้จิตมองเห็นจุดชีวิตทั้ง 7 ของกฤษณะ และทำลายลงได้ด้วยเอ็กซ์คาลิเบอร์ และสามารถเอาชนะได้ในที่สุด เมื่อกิกิเดินทางมาถึงเสาค้ำมหาสุทรอินเดีย ก็พบว่า ชิริว สูญเสียดวงตาไปแล้ว กิกิจึงช่วยจับชิริวหันหน้าไปทางเสามหาสมุทรอินเดีย เพื่อใช้อาวุธไลบร้าทำลายเสาต้นนี้ลง ซึ่งชิริวเลือกใช้ "ดาบ"
ริมนาเดส คาสะ
ริมนาเดส คาสะ เป็นผู้พิทักษ์เสาค้ำมหาสมุทรแอนตาร์กติก ในเทพนิยายกรีกนั้น "ริมนาเดส" เป็นบุคคลที่ชั่วร้าย แต่มีอิทธิฤทธิ์ในการแปลงร่าง ซึ่งมักจะแปลงเป็นคนสนิทของเหยื่อ แล้วจัดการสังหารเหยื่อทิ้ง ซึ่งในจุดนี้เองที่ อ.มาซามิ ได้นำมาเป็นจุดเด่นของ ริมนาเดส คาสะ ที่สามารถปลอมได้ทั้งรูปร่าง หน้าตา น้ำเสียง หรือแม้แต่พลังท่าไม้ตาย
บรอนซ์เซนต์คนแรกที่ถูกคาสะ เล่นงานก็คือ "เฮียวกะ" โดยที่ คาสะแปลงตัวเป็น "คามิว" และรายต่อมาก็คือ "เซย่า" ซึ่งคาสะได้แปลงเป็น "มารีน" ซึ่งยิ่งเป็นการย้ำให้คนดูเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีกว่ามารีนคือ "เซกะ"และเป็นพี่สาวของเซย่า ซึ่งที่จริงแล้ว สิ่งที่คาสะได้ปลอมขึ้นมา ทั้งใบหน้า และเรื่องพี่สาว ล้วนเกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกของเซย่าทั้งสิ้น ซึ่งเซย่าฝังใจเชื่อว่า มารีน คือพี่ของตน
อีกคนที่เจอชะตากรรมเดียวกันคือ "ชุน" ซึ่งคาสะได้ปลอมเป็น "อิคคิ" เขาสามารถจัดการชุนได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่คาสะกำลังลำพองใจในชัยชนะของตน "ฟินิกส์ อิคคิ" ตัวจริงก็ปรากฏตัวออกมา แต่คาสะได้ปลอมตัวเป็น "ชุน" แต่ก็ไม่เป็นผล เขากลับถูกอิคคิโจมตีใส่อย่างหนัก ในช่วงท้ายของการต่อสู้ คาสะก็สามารถรู้ถึงจุดอ่อนเพียง 1 เดียวของอิคคิได้ จึงพยายามปลอมตัวเป็น "เอสเมรันดา" แต่ก็รู้ตัวเมื่อสายไปเสียแล้ว สุดท้ายเขาก็จบชีวิตลงด้วยมือของอิคคิ อิคคิได้ทำลายเสาค้ำมหาสมุทรแอนตาร์กติก ลงด้วยอาวุธไลบร้า "หอก"
คราเก้น ไอแซ็ค
คราเกน ไอแซ็ค เป็นผู้พิทักษ์เสามหาสมุทรอาร์กติก และเป็นเพื่อนร่วมสำนักของ "เฮียวกะ" ซึ่งฝึกวิชาด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก และยังเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเฮียวกะไว้อีกด้วย เดิมทีนั้นไอแซ็คเป็นคนที่เคารพยกย่องในคุณธรรมเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่เขาช่วยเฮียวกะในครั้งนั้น จนตนเองต้องถูกกระแสน้ำพัดพาไป ทำให้สูญเสียดวงตาไป 1 ข้าง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาก็ได้มาโผล่ที่ ดินแดนแอตแลนติส และเชื่อว่า โปเซดอนเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้จากเหตุการณ์นั้น ทำให้ความคิดเขาผันแปรไป เขาเชื่อว่าโปเซดอนคือเทพที่มีคุณธรรมที่สุด สิ่งที่โปเซดอนทำคือสิ่งที่ถูกต้อง
ในระหว่างการต่อสู้ เฮียวกะพยายามชี้ให้ไอแซ็คเห็นถึงคุณธรรมที่แท้จริง แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวของโปเซดอนไปเสียแล้ว และเมื่อกิกิมาถึง ไอแซ็คได้เข้าทำร้ายกิกิ ที่เป็นผู้แบกกล่องคลอธไลบร้าไปทำลายเสามหาสมุทรต่างๆ ทำให้เฮียวกะต้องออกมาปกป้อง และมีกำลังใจในการต่อสู้กลับคืนมา ท้ายที่สุดเฮียวกะได้ยอมทำลายดวงตาของตนเอง 1 ข้าง เพื่อชดใช้ให้แก่ไอแซ็ค และได้ใช้ท่าไม้ตายของอาจารย์คามิว "ออโรร่า เอ็กซ์คิวชั่น" โจมตีใส่ไอแซ็ค ก่อนที่ไอแซ็คจะสิ้นใจ เขาได้กระซิบบอกเฮียวกะ ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่ท่านโปเซดอนที่คิดจะครองโลก ทว่าเป็นแผนการของชายอีกคนหนึ่ง
ส่วนทางด้านฝีมือ ถ้าเทียบกันจริงๆ ไอแซ็คมีฝีมือเหนือกว่าเฮียวกะ และถ้าเขายังคงฝึกวิชาด้วยกันต่อไป ผู้ที่จะได้ครอบครอง " ซิกนัสคลอธ" ก็น่าจะเป็นไอแซ็คแน่นอน และสำหรับอาวุธที่เฮียวกะใช้ทำลายเสาค้ำมหา
สมุทรอาร์กติกก็คือ "ทอนฟา" (พลองมือ)
ไซเรน โซเลนต์
ไซเรน โซเลนต์ เป็นผู้พิทักษ์เสาค้ำมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และ มารีนเนอร์คนแรกที่ปรากฏตัวออกมา โซเลนต์จัดเป็นมารีนเนอร์ที่จงรักภักดีต่อโปเซดอนอย่างจริงใจ และเป็นผู้ที่สงสัยว่า การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นจุดประสงค์ของโปเซดอนจริงหรือไม่ หรือมีใครคนอื่นเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง ในการต่อสู้กับชุนบริเวณเสาค้ำมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ ชุนเกือบจบชีวิตด้วยเพลงขลุ่ยมรณะ "เดด เอนด์ ซิมโฟนี" ของโซเลนต์แล้ว แต่แล้วด้วยเสียงเพลงจากคอสโม่ของอาเธน่า เข้ามารบกวนการต่อสู้ ทำให้โซเลนต์เกิดความลังเล แต่แล้วในที่สุด ชุนก็ใช้ท่าไม้ตาย "เนบิวล่า สตอร์ม" เอาชนะโซเลนต์ได้ในที่สุด
ในตอนท้าย เขาเป็นขุนพลมารีนเนอร์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีชีวิตรอด (ถ้าไม่นับคาน่อน) เขาได้ติดตามจูเลียน โซโล ไปทุกหนแห่ง เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์
สำหรับเสาค้ำมหาสมุทรแอตแลนติกใต้นี้ถูกทำลายลงด้วยฝีมือชุน และเป็นเสาเพียงต้นเดียวเท่านั้นที่ไม่มี
การระบุไว้ว่าใช้อาวุธไลบร้าชนิดใดในการทำลาย แต่คาดว่าน่าจะเป็น "กระบอง 3 ท่อน" เพราะเป็นอาวุธชนิดเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีการใช้ในการทำลายเสามหาสมุทรต้นใดเลย
ซีดราก้อน คาน่อน
สำหรับตัวละครตัวนี้ถ้าจะให้เรียกชื่อเต็มๆ คงต้องเรียกว่า "ซีดราก้อน เจมินี่ คาน่อน" เขาเป็นตัวเชื่อมเรื่องราวในทุกภาค และเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการกบฏของ "เจมินี่ ซากะ" และการตื่นจากนิทราก่อนเวลาของโปเซดอน เขาเป็นผู้ที่ไอแซ็คพยายามจะบอกแก่เฮียวกะว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนั่นเอง
คาน่อนเป็นผู้ที่ยัดเยียดจิตใจอันชั่วร้ายเข้าสู่ร่างของซากะผู้เป็นพี่ชายเป็นผู้ที่วางแผนให้ซากะสังหารเคียวโกและอาเธน่า และตั้งตนเป็นเคียวโก ด้วยจิตที่ชั่วร้ายและทะเยอทยานนี่เอง ทำให้ซากะกักขังตัวคาน่อนไว้ยังคุกหินที่แหลมสุนิออน ในที่แห่งนั้น เวลาน้ำขึ้นจะมีน้ำเข้ามาจนเต็มเป็นเวลากว่า 10 วัน คาน่อนต้องใช้ชีวิตอย่างทรมานระหว่างความเป็นและตาย แต่ถึงแม้เขาจะถูกขัง จิตใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความชั่วร้ายเช่นเดิม
ในวันหนึ่ง ขณะที่ถูกขังอยู่นั้น เขาก็ได้เห็นแสงเปล่งประกายลอดออกมาด้านหลังก้อนหิน เมื่อเขาทำลายผนังเข้าไปก็พบกับ "ตรีศูล" อาวุธคู่กายของโปเซดอนซึ่งมียันต์ของอาเธน่าสะกดไว้อยู่ และเมื่อคาน่อนจับที่ตรีศูลนั้น ร่างของเขาก็จมดิ่งลงสู่ท้องทะเล จนกระทั่งถึงวิหารใต้สมุทร เทวสถานของโปเซดอนนั่นเอง
ภายในเทวสถานโปเซดอนนั้น คาน่อนได้พบกับ สเกลของเหล่ามารีนเนอร์ รวมถึงสเกลของโปเซดอนด้วย และยังมี "คนโท" ที่กักวิญญาณของโปเซดอนไว้ เมื่อคาน่อนสัมผัสที่คนโท ดวงวิญญาณของโปเซดอนก็ได้ตื่นขึ้น คาน่อนจึงยุยงโปเซดอนให้ทำสงครามกับอาเธน่า สวมรอยตอนเองเป็น "ซีดราก้อน" มารีนเนอร์ ตั้งตนเป็นหัวหน้าและรวบรวมเหล่ามารีนเนอร์ เพื่อเตรียมทำศึกกับอาเธน่า และรอเวลาให้โปเซดอนไปจุติในร่างของ "จูเลี่ยน โซโล" เขาได้หลอกใช้โปเซดอนเป็นเครื่องมือในการครองโลกของตนเอง
การต่อสู้บริเวณเสาค้ำมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือนั้น คาน่อนได้เผชิญหน้ากับ อิคคิ ซึ่งการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เรียกได้ว่า คาน่อนมีฝีมือไม่แพ้ เจมินี่ ซากะ พี่ชายของเขาเลย ภายหลังคาน่อนได้เสียทีให้แก่ หมัดมายาของอิคคิ ซึ่งทำให้อิคคิได้รู้ถึงแผนการยึดครองโลกของตนเอง ซึ่งในช่วงเวลานั้นเซย่าก็ได้เริ่มบุกโจมตีโปเซดอนแล้ว ทำให้โปเซดอนตื่นจากการหลับอย่างสมบูรณ์ ความฝันของคาน่อนจึงพังทลายลงไป คาน่อนจึงคิดจะจัดการกับอิคคิอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ด้วยความช่วยเหลือของ "โซเลนต์" ทำให้อิคคิสามารถทำลายเสาค้ำมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือลงได้ สำหรับอาวุธไลบร้าที่ใช้ก็คือ "โล่"
พวกเซย่าก็ได้บุกเข้าไปถึงวิหารโปเซดอน ด้านหลังกำแพงโปเซดอนได้เปิดขึ้นทำให้มองเห็นได้ถึง เสาเมนเบรดวินเนอร์ และได้โจมตีใส่โปเซดอน แต่ทั้งหมดไม่สามารถทำอะไรโปเซดอนได้ และแล้ว ชุดคลอธซาจิทาเรียสก็ปรากฎออกมาและให้เซย่าได้สวมใส่ เซย่าได้ยิงธนูใส่โปเซดอน แตก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ และครั้งสุดท้าย ชีริว เฮียวกะ ชุน อิกคิ และไชน่า ได้รวมพลังคอสโมเขาใส่ธนูของเซย่า และได้ทำการโจมตีจ้าวสมุทรอีกครั้ง จนทำให้โปเซดอนเกิดบาดแผลที่หน้าผาก ทำให้โปเซดอนโกรธและตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้น เฮียวกะ ชีริว ได้สวมชุดGold saint อควเรียส และ ไลบร้า เช่นกันเพื่อเข้ามาช่วยเซย่า และมุ่งหน้าไปทำลายเสาเมนเบรดวิเนอร์ โดยใช้อาวุธของไลบร้า แต่ไม่สามรถทำอะไรได้เลย
เซย่าตัดสินใจระเบิดพลังคอสโม่ของตัวเอง แล้วพุ่งทะยานเข้าชนเสาเมนเบรดวินเนอร์ จนทำให้เสาหลักเกิดรอยร้าว และพังทลายลงในที่สุด เซย่าสามารถช่วยอาเธน่าออกมาได้สำเร็จเมื่อเสาหลักได้ถูกทำลายลงไปแล้ว อาเธน่าได้นำ "คนโทศักดิ์สิทธิ์" ที่เคยสะกดโปเซดอนเอาไว้ในอดีตกาลมาใช้อีกครั้ง ทำให้ดวงวิญญาณของโปเซดอนในร่างจูเลี่ยนถูกดูดเข้าไปในคนโทใบนั้น
สุดท้ายอาเธน่าและเหล่าบรอนซ์เซนต์ก็ช่วยโลกไว้ได้สำเร็จอีกครั้งหนึ่ง จูเลี่ยน โซโล ได้กลับมาเป็นคนเดิม เททิสได้นำร่างของจูเลี่ยนกลับขึ้นบนผืนโลกด้วยความปลอดภัย โซเรนท์ ก็ได้ขอเป็นผู้ติดตามจูเลี่ยน โซโล ออกเดินทางต่อไป ซาโอริสาบานว่าจะปกป้องโลกนี้พร้อมกับเหล่าเซนต์แห่งอาเธน่า เมื่อเหล่าวิญญาณชั่วร้ายปรากฏขึ้นในโลกนี้